ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก ตั้งแต่ย่างเข้าปี 2018 เป็นต้นมา เราก็เริ่มความเป็นจริงที่ตลาดเคยเป็นในอดีตมากขึ้นเรื่อยๆ
ต้องบอกก่อนนะครับว่า ความผันผวน เป็นเรื่องปกติของการลงทุน แต่ที่ไม่ปกติก็คือ ความผันผวนที่ต่ำเกินไปในสินทรัพย์ด้านการลงทุนหลายๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็น ตราสารทุน หรือ ตราสารหนี้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งมันเป็นเพราะว่า ปริมาณเงินในระบบที่เยอะมากขึ้น หรือ สภาพคล่องที่สูงขึ้น จากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ การอัดฉีดเงินเพื่อกดให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำเป็นระยะเวลานานๆ มันทำให้เงินย่อมไหลออกจากตราสารเสี่ยงต่ำ ไปหาตราสารที่เสี่ยงสูงขึ้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเพียงพอที่จะต่อสู้กับเงินเฟ้อในระยะยาว
แน่นอนว่า เหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ได้คงอยู่กับเราไปตลอด
เราจึงเห็นความผันผวนของตลาดหุ้นกลับมา ขณะที่ตราสารหนี้ก็เริ่มสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้นว่า ไม่ได้ผลตอบแทนสูงอย่างในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแล้ว
สถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป เปิดโอกาสให้นักลงทุนกลับมาทำความเข้าใจ และปรับพอร์ตให้ตรงตามความเป็นจริง และการยอมรับความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น นั่นจึงทำให้นักลงทุนตระหนักขึ้นมาว่า บางที พอร์ตที่ฉันมีอยู่ ณ ตอนนี้ มันก็เสี่ยงเกินไปนะ
ด้วยเหตุผลนี้ FINNOMENA จึงปล่อยพอร์ตการลงทุนใหม่อีก 1 โมเดล เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ก็ยังต้องการผลตอบแทนที่น่าพอใจ และปรับพอร์ตไวต่อสถานการณ์ในอนาคต โดยพอร์ตนี้มีชื่อว่า “GCP”
GCP ย่อมาจาก Global Conservative Portfolio
คือ พอร์ตการลงทุนที่
- เน้นการลงทุนแบบเชิงรับ เน้นเป้าหมายของการจัดพอร์ตคือ ชนะดอกเบี้ยเงินฝาก และชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
- ออกแบบมาสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนรวมโดยเน้นลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้
- ใช้การลงทุนในกองทุนรวมในแต่ละช่วงเวลา กำหนดกรอบนโยบายชัดเจนว่า จะลงทุนในตราสารทุน หรือ หุ้น ในสัดส่วนไม่เกิน 30% ของพอร์ตโดยรวม
- โดยจะกำหนดสินทรัพย์เพื่อการลงทุนไว้ 5 ประเภทสินทรัพย์ด้วยกันคือ
- ตราสารหนี้ไทย
- ตราสารหนี้โลก
- หุ้นไทย
- หุ้นโลก
- กองทุนรวมอสังหาฯ หรือ REITs
GCP เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีเงินเย็น พร้อมลงทุนระยะยาว 1 – 3 ปี และมีเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 3 ล้านบาท
- ผู้ที่รับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดทุนได้ต่ำ แต่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว
- ผู้ที่เชื่อว่า การจัดพอร์ตการลงทุนโดยไม่สังกัดค่ายใด จะทำให้ได้ผลตอบแทนเมื่อเปรียบเทียบกับความผันผวน (Risk Adjusted Return) ดีกว่าการเลือกจัดพอร์ตการลงทุนกับค่ายใดค่ายหนึ่งแห่งเดียว
- ผู้ที่ต้องการให้มีการดูแลปรับพอร์ตการลงทุนอย่างทันท่วงที เพื่อให้เราให้ไม่พลาดในทุกโอกาสของการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เป้าหมายการวางกลยุทธ์คำแนะนำการลงทุนของ GCP
มุ่งเน้นในการสร้างผลตอบแทนให้ชนะอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และ อัตราเงินเฟ้อ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3-5% ต่อปี โดยพอร์ตการลงทุน จะถูกสร้างโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญการลงทุนผ่าน FINNOMENA Investment Team ทำงานร่วมกับ Robo Advisor เพื่อทำการปรับพอร์ต และแจ้งเตือนนักลงทุนให้ทันท่วงที
GCP ปรับพอร์ตบ่อยแค่ไหน
ทั้งนี้ FINNOMENA Investment Team จะทำการวิเคราะห์ และ สรุป Model Port หลักเดือนละครั้ง โดยความถี่ในการปรับพอร์ตนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัว แต่จะมีความถี่ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง
ในกรณีที่ สภาวะตลาดไม่ปกติ จะติดตามตลาดเป็นรายวันอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ และพร้อมจะปรับพอร์ตได้ทันที ตามสถานการณ์ โดยจะสื่อสารให้กับนักลงทุนทราบทันทีผ่านช่องทางการบริการของเราทุกช่องทาง
พอร์ตการลงทุนของ GCP ในปัจจุบัน ลงทุนในกองทุนรวมใดบ้าง?
ซึ่งสำหรับการทำ backtest พอร์ต GCP ย้อนหลังกลับไป 3 ปี ก็ได้ผลตอบแทนรวม (Total Return) อยู่ที่ 10.45% โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนแบบทบต้นอยู่ที่ 3.89% ต่อปี มี Maximum Drawdown ของพอร์ตเพียง 1.8% เพียงเท่านั้น
ซึ่งผลการดำเนินงานนี้ รวมค่าธรรมเนียม Front-end Fee ของทุกกองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ
สำหรับในปี 2017 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานจริงของพอร์ตการลงทุนแบบ GCP สามารถสร้างผลตอบแทนได้ 5.10% (ข้อมูลถึง ณ วันที่ 28 ก.พ. 2018)
นักลงทุนท่านไหน สนใจพอร์ตการลงทุน GCP เพื่อไว้ใช้ทดแทนการออมเงินในธนาคาร และสร้างผลตอบแทนชนะเงินฝากชนะเงินเฟ้อ มาลองจัดพอร์ตแนวอนุรักษ์นิยม แล้วชื่นชมกับผลตอบแทนสวยๆในระยะยาว พร้อมการดูแลติดตามปรับพอร์ตอย่างใกล้ชิดด้วยบริการ Private Wealth Service จาก FINNOMENA สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในเวลาทำการได้ที่ LINE ID : @FINNOMENAPORT (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)
คำเตือน
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
- การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
- การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
- ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น)