หุ้นไทย New Low

ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำให้ดัชนี SET Index ทำระดับต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 4 ปี โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,231.48 – 1,215.72 จุด และจุดต่ำสุดในวันนี้อยู่ที่ 1,206.39 จุด ซึ่งต่ำกว่าจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020 ที่ 1,214.49 จุด

ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทย

1. ตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นลบ กดดันหุ้นไทย

การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่ได้รับแรงกดดันจากสัญญาณชะลอการลงทุนในธุรกิจ Data Center ของ Microsoft กระทบถึงหุ้นกลุ่ม ICT และนิคมอุตสาหกรรมในไทย

2. ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า

เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวกว่าที่คาด หลังจาก Donald Trump ส่งสัญญาณย้ำเรื่องมาตรการขึ้นภาษีสินค้ากับแคนาดาและเม็กซิโก รวมถึงอาจเพิ่มสินค้ากลุ่มใหม่เข้าไปในรายการเก็บภาษี เช่น ผลิตภัณฑ์จากไม้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากมาตรการจำกัดการลงทุนของจีนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ

หุ้นไทย New Low รอบ 4 ปี จังหวะนี้เอาไง? 

ตลาดหุ้นไทยร่วงไม่หยุด ทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ หลายคนเริ่มมองว่านี่อาจเป็น ‘โอกาส’ ในการเข้าซื้อของถูก แต่คำถามสำคัญคือ “ของถูกที่เห็น… ถูกจริง หรือเป็นกับดัก?”

ในทุกวิกฤตมักมีโอกาสซ่อนอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าหุ้นทุกตัวที่ราคาลงจะกลายเป็น ‘ของดี’ การเลือกจังหวะลงทุนในช่วงตลาดขาลงต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่รอบคอบ เพื่อให้เราได้โอกาสที่แท้จริง ไม่ใช่ติดอยู่กับหุ้นที่ราคาถูกลงเพราะปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไป

สนใจรับบริการ Stock Health Check ตรวจสุขภาพหุ้นไทย ดูแล ปรับพอร์ต และถอดสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ สัมผัสบริการผู้แนะนำการลงทุนสุดพิเศษ คลิกเลย

สภาพัฒน์คาดเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อ

แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2568

แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2568 | Source: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
As of 17/02/2025

ตัวเลขที่ต้องจับตาในปี 2568 คือการบริโภคภาคเอกชนที่ถูกปรับลดลงจาก 4.4% ในปี 2567 เหลือ 3.3% สะท้อนแนวโน้มการใช้จ่ายที่ชะลอลง ซึ่งอาจเกิดจากภาระหนี้ครัวเรือนและสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย 

ขณะเดียวกัน การอุปโภคภาครัฐที่เคยฟื้นตัวในปี 2567 ก็ถูกปรับลดลงเหลือ 1.3% บ่งชี้ว่ารัฐอาจใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง 

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกในปี 2567 จาที่เติบโต 5.8% ก็ถูกปรับลดเหลือ 3.5% ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าภาคการค้าต่างประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกจากภาคการลงทุน โดยการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว -1.6% ในปี 2567 คาดว่าจะพลิกกลับมาเติบโต 3.2% ในปี 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่เริ่มกลับมาลงทุน ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 

ทั้งนี้ การลงทุนภาครัฐที่เคยหดตัวในปี 2566 ก็กลับมาเติบโต 4.8% ในปี 2567 และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องที่ 4.7% ในปี 2568 บ่งชี้ว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการสำคัญ

ประมาณการกำไรถูกปรับลงต่อ แต่มาพร้อม Valuation ที่ถูก

ประมาณการกำไร SET

ประมาณการกำไร SET Index | Source: Finnomena Funds, Bloomberg
As of 24/02/2025

ดัชนี SET Index ปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 1,200 จุด ซึ่งเราเห็นแนวโน้มหุ้นไทยที่ร่วงลงอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน 

โดยค่า EPS ปีปัจจุบัน (เส้นสีม่วง) อยู่ที่ 82.7 บาท ขณะที่ประมาณการ EPS ปีหน้า (เส้นสีเทา) อยู่ที่ 96.1 บาท ด้าน EPS ใน 12 เดือนข้างหน้า (เส้นประสีเขียว) อยู่ที่ 97.3 บาท และ EPS ในอีก 2 ปีข้างหน้า (เส้นสีส้ม) อยู่ที่ 104.5 บาท

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือระดับ Valuation ของตลาดหุ้นไทยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยอัตราส่วน P/E ของ SET Index ปัจจุบันอยู่ที่เพียง 12.8 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 – 16 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ และใกล้เคียงกับแนวรับทางเทคนิคที่ประมาณ 13 เท่า

ระดับ P/E ที่ต่ำสะท้อนถึงความคาดหวังของนักลงทุนที่ลดลง และอาจเป็นจุดน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากประวัติศาสตร์มักแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในช่วงที่ตลาดมี Valuation ต่ำมักมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น

Market Breadth ส่งสัญญาณลุ้น SET รีบาวด์

Market Breadth

Market Breadth | Source: Finnomena Funds, Bloomberg
As of 21/02/2025

Market Breadth คือ การดูพฤติกรรมของหุ้นทั้งตลาด โดยให้หุ้น 1 ตัวเท่ากับ 1 โหวต โดยไม่มีการถ่วงน้ำหนัก ไม่สนขนาดของหุ้น เพื่อประเมินทิศทางและความแข็งแกร่งของตลาดโดยรวม

ตามปกติ Market Breadth มักจะใช้เป็นอินดิเคเตอร์ที่บอกความเป็นสภาวะ Bullish และ Bearish เช่น หุ้นทั้งตลาด 800 ตัว ปรับตัวขึ้น 500 ตัว อยู่กับที่ 200 ตัว และปรับตัวลง 100 ตัว ก็อาจจะพอบอกได้ว่าตลาดกำลัง Bullish เป็นต้น

ปัจจุบันดัชนี SET Index อยู่ที่ประมาณ 1200 จุด ขณะที่ Market Breadth อยู่ที่เพียง 20.82% หมายความว่ามีเพียง 1 ใน 5 ของหุ้นทั้งหมดในตลาด ที่มีราคาอยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมาก

แต่จากข้อมูลในอดีตที่แสดงด้วยแถบสีเหลือง เมื่อใดก็ตามที่ Market Breadth ลดลงมาอยู่ในระดับประมาณ 20% หรือต่ำกว่า มักเป็นจุดเริ่มต้นของการรีบาวด์ของตลาด เห็นได้ชัดในช่วงปี 2008, 2011, 2013, 2016, 2018, 2020 และล่าสุดในช่วงปลายปี 2023 ถึงต้นปี 2025

สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะ “Oversold” ซึ่งมักเป็นจุดที่แรงขายใกล้หมดแรง และมีโอกาสเกิดการฟื้นตัวในระยะถัดไป

Definit SET Select ช่วยคัดหุ้นไทยจากปัจจัยรอบด้าน

สำหรับใครที่กังวลว่า การเลือกหุ้นที่มีศักยภาพอาจเป็นเรื่องยาก หรือไม่แน่ใจว่าหุ้นตัวไหนที่ราคาถูกจริงและมีโอกาสเติบโต

DSS Definit SET Select

Definit SET Select พลิกกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทย ช่วยคัดเลือกหุ้นไทยเน้น ๆ ไม่เกิน 20 ตัว พิจารณา 3 ปัจจัย

Earnings
หุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น
Valuation หุ้นที่มูลค่าถูกกว่าอุตสาหกรรม
Technical หุ้นที่มีโมเมนตัมเชิงบวกของราคาในระยะสั้น

สนใจรับบริการ คลิกเลย


อ้างอิง: The Opportunity, Stockdirection

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม

Wealth Health Check